บอกเราได้ไหม คุณกำลังมองหาอะไร?
การตัดกระเบื้องทั่วไปอาจทำให้ขอบบิ่น ลายคลาดเคลื่อน หรือแผ่นแตกร้าว แต่เราใช้การตัดด้วยกระบวนการที่แม่นยำ ช่วยรักษาเนื้อกระเบื้องให้สมบูรณ์ ลายตรง ขอบคม ลดความเสียหาย และช่วยให้งานติดตั้งออกมาดูเรียบร้อยกว่าชัดเจน เหมาะสำหรับงานเคาน์เตอร์ งานดีไซน์พิเศษ และโครงการที่ต้องการความละเอียดสูง

ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว โต๊ะ รางน้ำหรือซิงค์ห้องน้ำเป็นต้น

สามารถตัดแต่งและเซาะร่อง ตามลวดลายที่ต้องการ

ไม่ทิ้งรอยบิ่นเล็กๆ ไว้ที่ขอบกระเบื้อง

ลดปัญหาหน้างานประกบไม่พอดี

ตอบโจทย์บ้านหรูและโครงการพรีเมียม หรือผู้ที่ต้องการความแตกต่าง

หมดกังวลหากยังไม่มีแบบ เราสามารถออกแบบชิ้นงานได้ดั่งใจ
ตัดและผลิตงานตกแต่งกระเบื้องตามแบบเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ตัวอักษร ลวดลายฉลุ งานรูปทรงอิสระ หรือแบบกระเบื้องใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มเอกลักษณ์ให้แตกต่างและพรีเมียมขึ้น
สำหรับงานเคาน์เตอร์ครัว ท๊อปเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะทั่วไป โต๊ะทานอาหาร เก้าอี้ หรืออื่นๆ ด้วยกระเบื้องพอร์ซเลนแผ่นใหญ่ ไร้รอยต่อ แข็งแรง ทนรอย และดูแลรักษาง่าย
บริการเจาะและแปรรูปกระเบื้องด้วยเครื่องมือความแม่นยำสูง เช่นงานเจาะช่องซิงค์ อ่าง หลุมก๊อกน้ำ รางน้ำ และช่องงานระบบต่าง ๆ โดยไม่ทำให้แผ่นแตกร้าวหรือบิ่นขอบ

ส่งแบบหรือลายที่คุณต้องการ มาให้เราประเมินราคาตัดและแปรรูปกระเบื้อง ฟรี!

การตัดกระเบื้องเป็นงานที่เหมือนจะเล็ก แต่เป็นจุดที่ต้องอาศัยความชำนาญ และการตัดกระเบื้องยังสามารถตัดเพื่อแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ตามแบบที่เราต้องการได้อีกด้วย จุดนี้จะทำให้บ้านของคุณดูแพงขึ้น แต่ถ้าคุณเลือกตัดกระเบื้องผิดประเภทหรือใช้ช่างที่ไม่มีความชำนาญ กระเบื้องอาจจะพัง แตก บิ่น ได้ตั้งแต่เริ่มเลย
การตัดกระเบื้องอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วเป็นจุดที่มีผลกับความสวยของงานมากที่สุดจุดหนึ่งเลย เพราะในการปูกระเบื้องจริง ไม่มีทางที่พื้นที่จะพอดีกับขนาดกระเบื้องทุกแผ่น เราจึงต้องตัดกระเบื้อง เพื่อให้เข้ากับมุมห้อง ขอบผนัง หรือพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงงานตัดกระเบื้องตามแบบหรือแปรรูปกระเบื้อง เช่น เค้าเตอร์ครัว ซิงค์อ่างล้างมือ โต๊ะรับประทานอาหาร งานคัสตอมกระเบื้อง เป็นต้น
ถ้าตัดออกมาดี ขอบจะตรง เรียบ และดูเนียน งานโดยรวมก็จะดูสวย ดูเรียบร้อย และดูแพงขึ้นทันที ตรงกันข้ามถ้าตัดไม่ดี ขอบจะบิ่น เบี้ยว หรือไม่เท่ากัน ต่อให้ใช้กระเบื้องลายสวยแค่ไหน งานก็จะดูไม่เนี้ยบ
นอกจากนี้ การตัดกระเบื้องยังมีผลกับเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น ถ้าตัดผิดวิธี อาจทำให้กระเบื้องแตก เสียของ และต้องเสียเงินเพิ่ม หรือถ้าเป็นกระเบื้องลาย เช่น ลายไม้ ลายหิน ถ้าตัดไม่ดี ลายจะไม่ต่อกัน ทำให้ห้องดูไม่สวย
กระเบื้องแต่ละประเภทมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความยากในการตัด รวมถึงเรียกใช้เครื่องมือและเทคนิคในการตัดตั้งแต่แรก หากเข้าใจจุดนี้ตั้งแต่แรก จะช่วยลดปัญหางานพังและประหยัดเวลาได้มาก
กระเบื้องพอร์ซเลนเป็นกระเบื้องที่มีความแข็งแรงและหนาแน่นสูง จึงทนทานและดูพรีเมียมกว่ากระเบื้องทั่วไป แต่อาจจะตัดยากกว่า หากใช้เครื่องมือที่ไม่มีคุณภาพหรือมีแรงไม่พอ อาจจะทำให้กระเบื้องแตกหรือบิ่นได้ง่าย ดังนั้นควรใช้เครื่องตัดที่มีคุณภาพ หรือเครื่องตัดไฟฟ้าเพื่อให้ได้ขอบที่เรียบและแม่นยำมากขึ้น
กระเบื้องลายหินและลายหินอ่อนโดดเด่นด้วยความสวยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลวดลายแต่ละแผ่นมีเสน่ห์และความต่อเนื่องที่ช่วยสร้างมิติให้พื้นที่ดูหรูและมีชีวิตมากขึ้น ดังนั้นก่อนตัดจึงควรวางแผนให้ดี เพราะลายเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ “ลายตกแต่ง” แต่เป็นองค์ประกอบหลักของความสวยงามโดยรวม
โดยเฉพาะลายหินอ่อนที่มีเส้นลาย (vein) ชัดเจน หากจัดวางและต่อเนื่องกันอย่างลงตัว จะช่วยยกระดับพื้นที่ให้ดูพรีเมียมขึ้นทันที แต่ถ้าตัดโดยไม่คำนึงถึงทิศทางของลาย อาจทำให้ลายขาด ไม่ต่อเนื่อง และเสียความสวยที่เป็นเอกลักษณ์ไปอย่างน่าเสียดาย
กระเบื้องแผ่นใหญ่ หรือ Big Slab กำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะให้ลุคเรียบหรู ดูต่อเนื่อง และแทบไม่มีรอยต่อ
นอกจากใช้ปูพื้นหรือผนังแล้ว ยังนิยมนำไปใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น ท็อปเคาน์เตอร์ โต๊ะ ซิงค์น้ำ หรือผนังตกแต่ง
แต่ข้อควรระวังคือ กระเบื้องประเภทนี้ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง และช่างที่มีประสบการณ์ในการตัด เพราะตัวแผ่นมีขนาดใหญ่และแตกหักได้ง่าย หากตัดพลาดจะเสียหายทั้งแผ่นทันที
การเลือกเครื่องมือตัดกระเบื้องที่เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานออกมาสวยและลดความเสียหายของวัสดุได้ เพราะกระเบื้องแต่ละประเภทมีความแข็งและขนาดต่างกัน จึงต้องใช้เครื่องมือให้เหมาะกับลักษณะงาน
เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่นิยมใช้กันทั่วไป เหมาะสำหรับงานขนาดเล็ก หรือกระเบื้องที่ไม่ได้มีความแข็งมาก เช่น กระเบื้องเซรามิก
ใช้งานง่าย พกสะดวก และราคาไม่สูง แต่ข้อจำกัดคืออาจไม่เหมาะกับกระเบื้องที่มีความแข็งมาก หรือการตัดที่ต้องการความละเอียดสูง
เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำ และกระเบื้องที่มีความแข็ง เช่น กระเบื้องพอร์ซเลน หรือกระเบื้องแผ่นใหญ่
เครื่องตัดไฟฟ้าจะช่วยให้รอยตัดเรียบกว่า ลดโอกาสกระเบื้องบิ่น และสามารถตัดได้ต่อเนื่องมากขึ้น เหมาะกับงานช่างหรือโปรเจกต์ที่ต้องการคุณภาพงานระดับมืออาชีพ
ใบตัดเป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นตัวที่สัมผัสกับกระเบื้องโดยตรง หากเลือกใบตัดไม่เหมาะสม อาจทำให้ขอบกระเบื้องบิ่น หรือเกิดรอยแตกได้ง่าย โดยเฉพาะกระเบื้องแข็ง ๆ อย่างพอร์ซเลน ควรเลือกใบตัดคุณภาพดี เพื่อให้ได้รอยตัดที่คมและเรียบมากขึ้น
สำหรับงานที่มีความซับซ้อนสูง เช่น การตัดลวดลายโค้ง งานดีไซน์พิเศษ หรืองานที่ต้องการความละเอียดมาก เทคโนโลยี Water Jet ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด
เป็นการตัดด้วยแรงดันน้ำสูง ทำให้ได้ขอบที่เรียบมาก และสามารถตัดได้แทบทุกรูปแบบ โดยไม่ทำให้กระเบื้องแตกหรือบิ่น
อย่าง ไทย สุง ก็มีการใช้เทคโนโลยี Water Jet ในการตัดกระเบื้อง ไม่ว่างานจะยากหรือซับซ้อนแค่ไหน ก็สามารถตัดออกมาได้อย่างแม่นยำ และได้คุณภาพงานที่สวยเนี๊ยบตามแบบที่ต้องการ
การตัดกระเบื้องให้สวย ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องทำให้ถูกขั้นตอน และใช้เทคนิคเล็กน้อยเพื่อป้องกันปัญหากระเบื้องแตกหรือขอบบิ่น
เริ่มจากการวัดขนาดพื้นที่ที่ต้องการตัดให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง ควรวัดเผื่อระยะร่องยาแนวเล็กน้อย เพื่อให้กระเบื้องที่ตัดออกมาวางได้พอดี ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะถ้าวัดพลาด ตัดออกมาแล้วจะแก้ยาก
ใช้ดินสอหรือปากกามาร์กตำแหน่งที่ต้องการตัดลงบนกระเบื้อง แนะนำให้ใช้ไม้บรรทัดหรือฉากช่วย เพื่อให้เส้นตรงและแม่นยำ ยิ่งเส้นชัด ก็ยิ่งช่วยให้ตัดได้ตรง และลดโอกาสกระเบื้องบิ่น
ใช้เครื่องตัดหรือใบมีดกรีดไปตามเส้นที่ขีดไว้ ควรกรีดให้ต่อเนื่องในครั้งเดียว และลงน้ำหนักให้สม่ำเสมอ ไม่ควรกรีดซ้ำหลายรอบ เพราะอาจทำให้กระเบื้องแตกหรือรอยตัดไม่เรียบ
หลังจากกรีดแล้ว ให้ค่อย ๆ ออกแรงหักตามแนวรอยกรีด ถ้ากรีดได้ดี กระเบื้องจะหักออกเป็นเส้นตรงอย่างง่าย แต่ถ้ากรีดไม่ลึกพอ หรือแรงไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้แตกเบี้ยวได้
หลังจากตัดแล้ว ขอบกระเบื้องอาจยังมีความคม หรือไม่เรียบ ควรใช้กระดาษทรายหรือหินลับขัดขอบเล็กน้อย เพื่อให้ขอบเนียนขึ้น และปลอดภัยในการใช้งาน
นอกจากการตัดให้พอดีแล้ว วิธีการตัด ยังมีผลกับภาพรวมของงานอย่างมาก เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้แหละ ที่ทำให้งานดูธรรมดา หรือดูพรีเมียมขึ้นได้ทันที
การตัดกระเบื้องให้ชิดมุมผนัง หรือขอบพื้นที่แบบพอดี จะช่วยให้งานดูเรียบร้อยและเป็นระเบียบมากขึ้น ถ้าปล่อยให้มีช่องว่างเยอะ หรือระยะไม่เท่ากัน งานจะดูไม่เนี้ยบทันที แต่ถ้าตัดได้พอดี มุมจะดูคม สวย และให้ฟีลเหมือนงานดีไซน์ระดับโปร
กระเบื้องขอบเจียร (Rectified Tile) คือกระเบื้องที่ผ่านการตัดขอบมาอย่างเรียบและได้มุมที่คม ข้อดีคือสามารถปูชิดกันได้มาก ทำให้ร่องยาแนวเล็กลง และภาพรวมดูต่อเนื่อง เรียบหรูมากขึ้น เวลาตัดก็จะได้ขอบที่ดูเนียนกว่า ทำให้งานออกมาดูแพงกว่ากระเบื้องทั่วไปอย่างชัดเจน
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ทำให้งานดูไม่สวย คือการมี “เศษกระเบื้องชิ้นเล็ก ๆ” อยู่ตามขอบหรือมุมห้อง นอกจากจะดูไม่เรียบร้อยแล้ว ยังทำให้ลายกระเบื้องดูขาด และภาพรวมดูไม่สมดุล ทางที่ดีควรวางแผนตั้งแต่ก่อนปู เพื่อให้ขนาดกระเบื้องที่ตัดออกมาไม่เล็กจนเกินไป และกระจายขนาดให้ดูบาลานซ์ทั้งพื้นที่
สำหรับใครที่อยากได้งานกระเบื้องที่มีดีไซน์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นลายต่อเนื่อง ลวดลายพิเศษ หรือรูปทรงที่ไม่ใช่แค่สี่เหลี่ยมทั่วไป การตัดกระเบื้องแบบธรรมดาอาจไม่เพียงพอ เพราะงานลักษณะนี้ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ และเทคโนโลยีการตัดที่สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบ เพื่อให้งานออกมาตรงแบบจริง ๆ
ลายต่อเนื่อง เช่น ลายหิน ลายกราฟิก
งานตัดโค้ง หรือรูปทรงพิเศษ
ผนังตกแต่ง (Feature Wall)
งานเฟอร์นิเจอร์ เช่น ท็อปเคาน์เตอร์ โต๊ะ
หากต้องการงานกระเบื้องที่ ตรงแบบจริง และได้คุณภาพระดับมืออาชีพ ไทย สุง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยเทคโนโลยีการตัดแบบ Water Jet ทำให้สามารถรองรับงานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานดีไซน์ยากแค่ไหน ก็สามารถตัดออกมาได้อย่างแม่นยำ ขอบเนียน และลดความเสียหายของกระเบื้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานตกแต่งภายใน งานผนังลายพิเศษ หรือเฟอร์นิเจอร์จากกระเบื้อง ไทย สุงสามารถช่วยให้งานออกมาตรงตามแบบที่ต้องการได้จริง
แม้ว่าการตัดกระเบื้องจะดูเป็นเรื่องไม่ซับซ้อน แต่ในความเป็นจริงมีหลายจุดที่คนมักพลาด และทำให้งานออกมาไม่สวย เสียของ หรือบานปลายโดยไม่รู้ตัว
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด คือการเริ่มตัดกระเบื้องทันที โดยไม่ได้วางแผนก่อน
เช่น
ไม่จัดตำแหน่งแผ่นกระเบื้องก่อนปู
ไม่คิดว่าจุดไหนต้องตัด
ไม่เผื่อขนาดยาแนว
ผลลัพธ์คือ
ได้เศษกระเบื้องชิ้นเล็ก ๆ เต็มไปหมด
แนวกระเบื้องไม่บาลานซ์
งานออกมาดูไม่สวย ทั้งที่แก้ยากแล้ว
ใช้เครื่องมือผิด
เป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้งานพัง
เช่น:
ใช้เครื่องตัดแบบมือกับกระเบื้องแข็ง
ใช้ใบตัดคุณภาพต่ำ
ใช้อุปกรณ์ที่ไม่คม
ผลที่ตามมา:
กระเบื้องบิ่น ขอบไม่เรียบ
แตกทั้งแผ่น
ต้องซื้อกระเบื้องเพิ่ม
เลือกกระเบื้องไม่เหมาะกับงาน
แต่ไม่ได้ดูว่ามันเหมาะกับงานหรือไม่
เช่น:
เลือกกระเบื้องแผ่นใหญ่ในพื้นที่เล็ก
เลือกกระเบื้องแข็งมาก แต่ไม่มีเครื่องมือรองรับ
เลือกลายที่ต้องต่อเนื่อง แต่ไม่ได้วางแผนการตัด
ผลลัพธ์คือ:
ต้องตัดเยอะเกินไป
ลายไม่ต่อกัน
งานออกมาไม่เหมือนที่คิดไว้
จะเห็นได้ว่า การตัดกระเบื้อง ไม่ใช่แค่ขั้นตอนเล็ก ๆ แต่เป็นจุดที่ส่งผลกับทั้งความสวย ความเรียบร้อย และคุณภาพของงานโดยรวม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขอบที่เนียน แนวที่ตรง หรือลวดลายที่ต่อกันได้พอดี ทุกอย่างล้วนเริ่มจากการวางแผนและการตัดที่ถูกต้อง
ถ้าอยากให้งานออกมาดี แนะนำให้โฟกัส 2 เรื่องนี้เป็นหลัก
เลือกกระเบื้องให้เหมาะกับงาน
วางแผนก่อนตัดทุกครั้ง
เพียงเท่านี้ ก็สามารถลดปัญหาหน้างานได้เยอะมาก และช่วยให้งานออกมาสวย ดูโปร และคุ้มค่ากับงบที่จ่ายไป
สำหรับใครที่ต้องการงานกระเบื้องที่มีรายละเอียดสูง หรืองานดีไซน์เฉพาะตัว การเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าอย่างชัดเจน
ไทย สุง พร้อมรองรับงานตัดกระเบื้องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น Water Jet ที่ช่วยให้ตัดได้แม่นยำ ขอบเรียบ และรองรับงานซับซ้อนได้ตามแบบที่ต้องการ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้อง ฟรี!
แนะนำครบทุกเรื่อง ตั้งแต่ดีไซน์จนถึงการใช้งาน ที่ตรงกับความต้องการของคุณ ติดต่อ ไทย สุง
ส่งข้อความสำเร็จ
กรุณารอการตอบกลับ