บอกเราได้ไหม คุณกำลังมองหาอะไร?

Tips&Ideas


ปูกระเบื้องตารางเมตรละเท่าไหร่? อัปเดตราคาในปัจจุบันและวิธีเลือกช่างให้ได้งานคุณภาพ

เผยแพร่เมื่อ 18 มีนาคม 2569 • อัพเดทเมื่อ 20 มีนาคม 2569

ค่าแรงปูกระเบื้องในปี 2569 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 120 – 450 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทกระเบื้อง ขนาดแผ่น รูปแบบการปู และสภาพหน้างาน หากเป็นงานหินอ่อนหรือหินเทียม ราคาอาจสูงถึง 800 – 1,000 บาทต่อตารางเมตร

 

 

ปูกระเบื้องตารางเมตรละเท่าไหร่ (อัปเดตราคา 2026) 

โดยทั่วไป ค่าแรงปูกระเบื้องจะคิดเป็นราคาต่อตารางเมตร ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทกระเบื้อง ขนาดแผ่น และความยากของงานปู ราคาค่าแรงโดยประมาณมีดังนี้

ประเภทงานปูกระเบื้อง

ค่าแรงโดยประมาณ

กระเบื้องเซรามิก

250 – 350

กระเบื้องแพทเทิร์น

200 – 500 (ตามความยากของงาน)

กระเบื้องแกรนิตโต้ / พอร์ซเลน

350 – 450

หินอ่อน / หินเทียม

800 – 1,000

กระเบื้องยาง SPC 

100 – 250

 

สรุปราคาโดยประมาณ

  • กระเบื้องยาง SPC : 100 – 250 บาท/ตร.ม.

  • กระเบื้องเซรามิก : 250 – 350 บาท/ตร.ม.

  • กระเบื้องพอร์ซเลน : 350 – 450 บาท/ตร.ม.

  • หินอ่อน : 800 – 1,000 บาท/ตร.ม.

ทั้งนี้ราคาดังกล่าวเป็นเพียง ราคาเฉลี่ยของตลาด ซึ่งแต่ละพื้นที่หรือแต่ละทีมช่างอาจคิดราคาต่างกันเล็กน้อย

 

คุณสามารถดูค่าแรงปูกระเบื้องของช่างเพิ่มเติมนอกจากนี้ได้ที่บทความ: www.thaisoung.com/page/tips/tile-installation-cost-2026 



ปัจจัยที่ทำให้ค่าแรงปูกระเบื้องไม่เท่ากัน

ปูกระเบื้องตารางเมตรละเท้าไหร่

หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมค่าแรงปูกระเบื้องของแต่ละบ้านถึงไม่เท่ากัน บางบ้านอาจจ่ายค่าแรงเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อตารางเมตร ในขณะที่บางบ้านอาจมีค่าแรงสูงกว่านั้นพอสมควร ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของงานและความยากง่ายในการติดตั้ง

1. ขนาดของกระเบื้อง

ขนาดของกระเบื้องมีผลต่อค่าแรงปู โดยกระเบื้องแผ่นใหญ่ต้องใช้ความแม่นยำและเครื่องมือเฉพาะทาง ทำให้ค่าแรงต่อหน่วยอาจสูงกว่า อย่างไรก็ตาม กระเบื้องแผ่นใหญ่ใช้จำนวนแผ่นน้อย ปูได้เร็วกว่า ในขณะที่กระเบื้องแผ่นเล็ก เช่น Subway ต้องใช้จำนวนมากและใช้เวลานานกว่า จึงอาจทำให้ค่าแรงรวมทั้งงานสูงกว่าได้

 

2. ลายการปู

รูปแบบการปูกระเบื้องก็มีผลต่อค่าแรงเช่นกัน เพราะแต่ละลายมีความซับซ้อนในการทำงานไม่เท่ากัน ตัวอย่างลายการปูที่นิยม เช่น ปูตรง ปูสลับ ปูเฉียง หรือปูก้างปลา เป็นต้น ลายที่ซับซ้อน เช่น การปูเฉียงหรือปูก้างปลา จะต้องใช้เวลาและความละเอียดในการวางกระเบื้องมากกว่าการปูตรงทั่วไป รวมถึงอาจมีการตัดกระเบื้องมากขึ้น ทำให้ค่าแรงในการทำงานสูงขึ้นตามไปด้วย สรุปง่าย ๆ คือ ยิ่งปูลายซับซ้อน = แพงขึ้น


3. สภาพพื้นหน้างาน

สภาพพื้นเดิมของหน้างานก็มีผลต่อค่าแรงปูกระเบื้องอย่างมาก หากพื้นเดิมไม่เรียบ หรือมีความลาดเอียงไม่เหมาะสม อาจจำเป็นต้องมีการปรับพื้นก่อนเริ่มปู เช่น การเทปูนเพื่อปรับระดับ การสกัดพื้นเดิม หรือปรับพื้นด้วยปูนใหม่ ขั้นตอนเหล่านี้จะเพิ่มทั้งเวลาในการทำงานและต้นทุนวัสดุ จึงทำให้ค่าใช้จ่ายรวมของงานปูกระเบื้องสูงขึ้น

 

4. ขนาดของพื้นที่หน้างาน

ขนาดพื้นที่ก็มีผลต่อการคิดค่าแรงเช่นกัน โดยพื้นที่ขนาดเล็กมาก ๆ เช่น ห้องน้ำ หรือพื้นที่แคบ ๆ มักมีรายละเอียดในการทำงานมาก เช่น การตัดกระเบื้องรอบมุมหรือรอบท่อ ทำให้ค่าแรงต่อตารางเมตรอาจสูงกว่าพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถปูได้ต่อเนื่อง

 

5. งานภายในหรือภายนอก

งานปูกระเบื้องภายนอก เช่น ลานบ้าน ระเบียง หรือโรงจอดรถ มักต้องใช้กระเบื้องที่ทนแดด ทนฝน และมีผิวกันลื่น นอกจากนี้ในบางกรณีอาจต้องมีการปรับพื้นหรือทำความลาดเอียงเพื่อระบายน้ำ จึงทำให้งานภายนอกมีขั้นตอนมากกว่า ทำให้ค่าแรงอาจจะแพงกว่าภายในเล็กน้อย



ค่าแรงปูกระเบื้องรวมอะไรบ้าง

ก่อนตกลงราคากับช่างปูกระเบื้อง ควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนว่า ค่าแรงที่ตกลงกันนั้นรวมงานอะไรบ้าง เพราะในความเป็นจริงแต่ละทีมช่างอาจมีวิธีคิดราคาไม่เหมือนกัน บางทีมอาจคิดรวมหลายขั้นตอนในราคาเดียว แต่บางทีมอาจแยกรายการค่าใช้จ่ายออกจากกัน หากไม่สอบถามให้ชัดตั้งแต่ต้น อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลังได้

โดยทั่วไปแล้ว ค่าแรงปูกระเบื้องพื้นฐาน มักจะรวมขั้นตอนการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

  • การปูกระเบื้อง วางและติดตั้งกระเบื้องตามรูปแบบที่ตกลงกัน

  • การตัดกระเบื้อง ตัดกระเบื้องตามขนาดพื้นที่หรือมุมต่าง ๆ ให้พอดีกับหน้างาน

  • การเก็บแนวกระเบื้อง จัดแนวกระเบื้องให้เรียงสวยและได้ระยะที่เหมาะสม

  • การยาแนว เติมยาแนวระหว่างร่องกระเบื้อง เพื่อให้พื้นดูเรียบร้อยและป้องกันน้ำซึม

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีค่าแรงที่ช่างแจ้งมา อาจไม่รวมค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น

  • ปูนกาวหรือวัสดุสำหรับติดตั้งกระเบื้อง

  • ค่าปรับพื้นหรือเทปูนปรับระดับ หากพื้นเดิมไม่เรียบ

  • ค่าสกัดพื้นกระเบื้องเดิม ในกรณีที่เป็นงานรีโนเวท

ดังนั้นก่อนเริ่มงาน ควรสอบถามรายละเอียดกับช่างให้ครบถ้วนว่า ค่าแรงครอบคลุมงานส่วนใดบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้สามารถวางแผนงบประมาณได้อย่างเหมาะสม และป้องกันปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลายในภายหลัง

 

ค่าแรงปูกระเบื้องรวมอะไรบ้าง

ปูกระเบื้องเอง vs จ้างช่าง แบบไหนคุ้มกว่า

หลายคนที่กำลังรีโนเวทบ้านหรือสร้างบ้านใหม่ อาจลังเลว่าจะ ปูกระเบื้องด้วยตัวเอง หรือ จ้างช่างมืออาชีพ ดี เพราะการปูกระเบื้องเองอาจช่วยประหยัดค่าแรงได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้เวลาและความละเอียดในการทำงานค่อนข้างมาก ดังนั้นก่อนตัดสินใจควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี

ปูกระเบื้องด้วยตนเอง

ข้อดี

  • ประหยัดค่าแรงช่าง

  • สามารถควบคุมขั้นตอนการทำงานได้ด้วยตัวเอง

  • เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น ระเบียงเล็ก ๆ หรือพื้นที่ซ่อมแซมบางจุด

ข้อเสีย

  • ใช้เวลาทำงานค่อนข้างนาน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์

  • หากวัดระดับหรือจัดแนวไม่ดี อาจทำให้พื้นกระเบื้องไม่เรียบหรือเกิดปัญหากระเบื้องโก่ง

  • มีโอกาสทำให้กระเบื้องเสียหายจากการตัดหรือการติดตั้งที่ไม่ถูกวิธี

ปูกระเบื้องด้วยการจ้างช่าง

ข้อดี

  • งานออกมาเรียบร้อยและได้มาตรฐานมากกว่า

  • ใช้เวลาในการทำงานน้อยกว่า เพราะช่างมีประสบการณ์และอุปกรณ์ครบ

  • ลดความผิดพลาดในการติดตั้ง เช่น การวางแนวกระเบื้องหรือการปรับระดับพื้น

ข้อเสีย

  • มีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าแรงเพิ่มขึ้น

โดยทั่วไป หากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่หรือพื้นที่สำคัญของบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องโถง หรือพื้นที่หลักของบ้าน มักแนะนำให้จ้างช่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้งานที่เรียบร้อย สวยงาม และลดความเสี่ยงในการแก้ไขงานภายหลัง ซึ่งอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการจ้างช่างตั้งแต่แรก.

 

 

วิธีเลือกช่างปูกระเบื้องให้ได้งานคุณภาพ

การเลือกช่างปูกระเบื้องที่มีประสบการณ์และความชำนาญ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้งานปูพื้นออกมาสวยงาม แข็งแรง และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น กระเบื้องโก่ง แนวไม่ตรง หรือพื้นไม่เรียบ ดังนั้นก่อนตัดสินใจจ้างช่าง ควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกันเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ

1. ดูผลงานที่ผ่านมา

ก่อนเลือกช่าง ควรขอดูผลงานที่ช่างเคยทำมาก่อน เพื่อประเมินคุณภาพของงานจริง เช่น รูปภาพหน้างาน หรือผลงานจากลูกค้าคนก่อน วิธีนี้จะช่วยให้เห็นสไตล์การทำงานและความละเอียดของช่างได้ชัดเจนมากขึ้น

 

2. ตรวจสอบแนวกระเบื้อง

งานปูกระเบื้องที่ดีควรมีความเรียบร้อยและได้มาตรฐาน โดยสามารถสังเกตได้จากรายละเอียดต่าง ๆ เช่น

  • แนวกระเบื้องตรงและสม่ำเสมอ

  • ระดับของกระเบื้องเรียบเสมอกัน ไม่โก่งหรือยกตัว

  • ร่องยาแนวมีขนาดเท่ากันตลอดทั้งพื้นที่

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกถึงความชำนาญและความใส่ใจของช่างได้เป็นอย่างดี

 

3. ใช้วัสดุที่เหมาะสม

การเลือกวัสดุที่ใช้ในการติดตั้งก็มีผลต่อความทนทานของงานปูกระเบื้อง ปัจจุบันนิยมใช้ ปูนกาวปูกระเบื้อง แทนการใช้ปูนทรายแบบเดิม เนื่องจากปูนกาวมีคุณสมบัติยึดเกาะดีกว่า ช่วยให้กระเบื้องติดแน่น ลดปัญหากระเบื้องหลุดหรือแตกร้าวในระยะยาว

 

จากคำถามที่ว่า ปูกระเบื้องตารางเมตรละเท่าไหร่? โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าแรงปูกระเบื้องในปัจจุบันจะอยู่ประมาณ 120 – 450 บาทต่อตารางเมตร ทั้งนี้ราคาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของกระเบื้อง ขนาดแผ่น รูปแบบการปู และความยากง่ายของหน้างาน

ก่อนเริ่มงานควรเตรียมตัวและวางแผนงบประมาณให้รอบคอบ โดยอาจทำตามขั้นตอนดังนี้

  • เปรียบเทียบราคาช่างจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจ

  • คำนวณงบประมาณให้ครบทั้งค่าวัสดุและค่าแรง

  • เผื่องบประมาณเพิ่มเติมประมาณ 5–10% สำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน

การวางแผนล่วงหน้าและเลือกช่างที่มีคุณภาพ จะช่วยให้งานปูกระเบื้องออกมาสวยงาม แข็งแรง และไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้



สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

qr_line_thaisoung
line_thaisoung
facebook_thaisoung
instagram_thaisoung
tiktok_thaisoung

tel:0 2138 8911

telephone_thaisoung
Thaisoung_writer

THAI SOUNG WRITER

เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้องปูพื้นและบุผนังมามากกว่า 23 ปี เราพร้อมมุ่งมั่นมอบความรู้และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระเบื้องทุกประเภท เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกใช้กระเบื้องที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณด้วยมาตรฐานและคุณภาพสูงสุด

select * from tz_product_master where PDM_CODE in () && PDM_SHOW='Y' && PDM_PIC_FRIST!='' |

บทความล่าสุด

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้อง ฟรี!
แนะนำครบทุกเรื่อง ตั้งแต่ดีไซน์จนถึงการใช้งาน ที่ตรงกับความต้องการของคุณ ติดต่อ ไทย สุง

color photo black and white
Before
After

ส่งข้อความสำเร็จ

กรุณารอการตอบกลับ