บอกเราได้ไหม คุณกำลังมองหาอะไร?
Tips&Ideas
เผยแพร่เมื่อ 21 มีนาคม 2569 • อัพเดทเมื่อ 25 มีนาคม 2569
รีโนเวทบ้านงบ 100,000 บาท ทำอะไรได้บ้าง? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะคนที่อยากปรับปรุงบ้าน แต่มีงบจำกัด จริง ๆ แล้ว งบประมาณ 1 แสนบาท สามารถรีโนเวทบ้านได้หลายส่วน หากเลือกทำอย่างเหมาะสมและวางแผนให้ดี
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปดูทั้งไอเดียการรีโนเวท การแบ่งงบ และเคล็ดลับที่ช่วยให้บ้านดูสวยขึ้นแบบคุ้มค่าทุกบาท

ก่อนจะเริ่มรีโนเวทบ้านด้วยงบประ 100,000 บาท จำเป็นต้องวางแผนงบประมาณและตำแหน่งให้การรีโนเวทให้ถูกจุด เพราะเรามีงบประมารที่จำกัด หากเราวางแผนผิดแต่แรก อาจจะทำให้งบประมาณปานปลายเพราะต้องแต่ไขแก้ปัญหาที่จะตามมาโดยไม่รู้ตัว มารู้อีกทีก็เกินงบไปไกลแล้ว
เเป็นจุดเริ่มต้นที่หลายคนมักมองข้าม ขนาดของพื้นที่มีผลโดยตรงกับงบประมาณโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นค่าวัสดุหรือค่าแรง เพราะงานส่วนใหญ่คิดเป็นต่อตารางเมตร เช่น งานทาสี งานปูกระเบื้อง หรือผนังตกแต่ง เป็นต้น
ยิ่งพื้นที่มากก็จะยิ่งใช้งบประมาณที่มากขึ้น ดังนั้นควรเริ่มจากการ “วัดพื้นที่คร่าว ๆ” และประเมินว่า งบ 100,000 บาท เพียงพอสำหรับทั้งพื้นที่ หรือควรเลือกทำเฉพาะบางโซน
หากคุณต้องการรีโนเวทบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ บอกตามครงว่า ไม่สามารถรีโนเวทได้ทั้งหลังในงบ 100,000 บาท ดังนั้น้เราจัดลำดับโซนในการรีโนเวท และค่อย ๆ ทยอยทำไปทีล่ะจุด อาจจะเริ่มจากโซนที่ใช้งานบ่อยหรือโซนที่เห็นผลลัพธ์ชัด จะช่วยให้บ้านดูเปลี่ยนมากที่สุดในงบเท่าเดิม ตัวอย่างที่ควรพิจารณา เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ หรือบริเวณหน้าบ้านอย่างโรงจอดรถ หรือรั้วบ้าน เป็นต้น
หลายบ้านมักจะงบปานปลายเพราะคำนวนค่าใช้จ่ายเป๊ะเกินไป โดยไม่เผื่องบไว้กรณีที่ต้องจ่ายค่าส่วนต่างเพิ่มเติมหรือส่วนที่คาดไม่ถึง อย่างเช่น
การเผื่องบประมาณไว้ประมาณ 10–20% จะช่วยให้ควบคุมงานได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงที่ต้องหยุดงานกลางทาง
สำหรับงานรีโนเวทบ้านควรจัดแจงงบระหว่างค่าแรงและวัสดุให้เหมาะสม
ไฮไลต์ไว้เลยว่า งานต้องเรียบร้อยก่อนความหรู เพราะต่อให้วัสดุดีแค่ไหน หากติดตั้งไม่ดี งานก็ออกมาไม่สวยและอาจต้องแก้ไขในอนาคตทำให้งบปานปลายเข้าไปอีก อย่าเห็นแก่ค่าแรงถูก หลายคนตกม้าตายเพราะตรงมาเยอะแล้ว

งบประมาณ 100,000 บาท อาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับการรีโนเวททั้งบ้าน แต่หากวางแผนดี เลือกทำเฉพาะจุดที่สำคัญ ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้ดูดีขึ้นได้อย่างชัดเจน สิ่งที่ต้องทำคือการเลือกหมวดในการรีโนเวท ให้คุณเลือกและค่อย ๆ ทำไปทีล่ะหมวด ดังนี้
การทาสีถือเป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุดในการรีโนเวท เพราะใช้งบไม่สูง แต่เห็นผลชัดมาก สามารถทาสีได้ทั้งภายในและภายนอก การทาสีจะให้บ้านเปลี่ยนบรรยากาศได้อย่างชัดเจนและเห็นผลที่สุด แต่ตัวกำหนดว่างบประมาณจะเกิน 100,000 บาทหรือไม่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ โดยอัตราค่าแรงช่างทาสีในปัจจุบัน โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 40-90 บาท ต่อตารางเมตร สำหรับผนังปกติ และอาจสูงถึง 100-200+ บาท/ตร.ม.
การเปลี่ยนกระเบื้องบางจุด เช่น พื้นครัว, Backsplash ครัว, ห้องน้ำ, หรือผนังตกแต่ง ช่วยให้บ้านดูดีขึ้นมาก การเปลี่ยนกระเบื้องก็คุ้มค่าและควรอย่างยิ่งในการรีโนเวทบ้านไม่แพ้การทาสีเลย โดยเฉพาะบ้านที่อยู่มานาน กระเบื้องบางจุดอยากจะชำรุด แตก ร่อน หรือบางบ้านใช้ไม่แท้ในการปูพื้นก็อาจจะประสบปัญหากระเบื้องบวม ชื้น หลุดได้ ดังนั้นการปูกระเบื้องใหม่จะเพิ่มความสวยและความทนทานในระยะยาว โดยราคาค่าแรงในการปูกระเบื้องจะอยู่ที่ 150-500 บาท/ตร.ม. ขึ้นอยู่กับค่าฝีมือและขนาดของกระเบื้องด้วย
สามารถดูค่ากระเบื้องประเภทต่างได้ที่บทความ: ค่าแรงช่างปูกระเบื้องและทริคการเลือกช่างปูกระเบื้องที่ดี
โซนยอดฮิตสำหรับการรีโนเวทบ้าน เพราะห้องน้ำเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่รีโนเวทแล้วเห็นผลลัพธ์ชัดที่สุดและเราใช้งานบ่อย ดังนั้นการเห็นห้องน้ำสวย ๆ ใหม่ ๆ จะให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และลดความเครียดทำการใช้ชีวิตประจำวันลงได้
การโนเวทห้องน้ำ ทำได้ด้วยการเปลี่ยนกระเบื้อง (จำเป็นอย่างยิ่ง), เปลี่ยนสุขภัณฑ์ อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้ห้องน้ำมีความสะอาด ความน่าใช้ และภาพลักษณ์โดยรวมของบ้าน งบประมาณส่วนนี้จะอยู่ที่ 30,000 – 60,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดห้องน้ำและคุณภาพสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เลือกใช้งาน
ส่วนของห้องครัว คุณไม่จำเป็นต้องทำครัวใหม่ทั้งชุด แค่ปรับบางส่วนก็ใช้งานดีขึ้นมาก เพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน จุดที่แนะนำให้เปลี่ยนคือการปูกระเบื้องผนังใหม่ เปลี่ยนหน้าท็อปเคาร์เตอร์ เปลี่ยนซิงค์น้ำ และการวางอุปกรณ์ครัว เพื่อให้ใช้งานสะดวกขึ้น และดูสะอาดเป็นระเบียบ
เป็นหมวดที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุด และเป็นหมวดที่ช่วย “ยกระดับบรรยากาศ” ได้ดี โดยไม่ต้องใช้งบสูง ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้วอลเปเปอร์ ผนังตกแต่ง ไฟซ่อน หรือเปลี่ยนโคมไฟ สามารถใช้งบประมาณ ได้ประมาณ 10,000 – 30,000 บาทเท่านั้น

การรีโนเวทบ้านด้วยงบประมาณจำกัด ไม่ได้หมายความว่าต้องลดคุณภาพของงาน แต่คือการบริหารงบให้ถูกจุด และตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป หากวางแผนดี งบ 100,000 บาท ก็สามารถเปลี่ยนบ้านให้ดูดีขึ้นได้อย่างคุ้มค่า ลองทำตามคำแนะนำ ดังนี้
อย่างหัวข้อก่อนหน้า แทนที่จะกระจายงบไปทั้งบ้าน ควรเลือกทำเฉพาะโซนที่ใช้งานบ่อย หรือมีปัญหามากที่สุด เช่น ห้องน้ำ ครัว หรือห้องนั่งเล่น การโฟกัสเป็นจุดหรือหมวดแบบข้อ 2 จะช่วยให้ใช้งบได้เต็มประสิทธิภาพ และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากกว่า
วัสดุในปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลาย ตั้งแต่เกรดประหยัดไปจนถึงเกรดพรีเมียม เราไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุเกรดที่แพงที่สุด แต่ควรดูไปถึงคุณสมบัติของวัสดุว่าคุ้มค่าหรือไม่แทน การเลือกวัสดุเกรดกลาง แต่ดีไซน์สวย เช่น ลายไม้ ลายหิน หรือโทนสีที่เหมาะกับบ้าน สามารถช่วยให้บ้านดูดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องใช้งบสูงเกินจำเป็น ซึ่งค่าแรงจ้างช่างจำเป็นที่ต้องใส่ใจมากกว่า เพราะถ้าได้ช่างที่มีฝีมือแต่แรก เราจะไม่ต้องมาแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลัง
1 ในต้นทุนที่หลายคนมองข้ามคือ “ค่ารื้อถอน” ซึ่งอาจกินงบไปโดยไม่จำเป็น ในบางกรณี พื้นเดิมสามารถปูทับด้วยวัสดุอย่างกระเบื้องยาง SPC ได้เลย หากสภาพพื้นยังเรียบและแข็งแรง ช่วยลดทั้งค่าแรง ค่าขนเศษวัสดุ และระยะเวลาในการทำงาน นี่เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดงบได้ค่อนข้างมากในงานรีโนเวท และพื้น SPC ยังเป็นวัสดุปูพื้นที่คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนานหลายปีอีกด้วย
การแก้ไขหน้างาน เป็นสาเหตุหลักของงบบานปลาย เช่น เปลี่ยนแบบระหว่างทำ ซื้อวัสดุเพิ่ม หรือต้องรื้อแล้วทำใหม่ ดังนั้นควรกำหนดแบบ เลือกวัสดุ และคุยรายละเอียดกับช่างให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน จะช่วยควบคุมงบประมาณได้ดีกว่า
งานที่เรียบร้อยตั้งแต่ต้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขในอนาคต เช่น งานขอบ งานมุม หรือรอยต่อวัสดุต่าง ๆ หากเก็บงานดีตั้งแต่แรก จะช่วยให้บ้านดูดีขึ้น และไม่ต้องเสียเงินซ่อมซ้ำ

หลายคนอาจคิดว่า งบประมาณ 100,000 บาท จะรีโนเวทบ้านออกมาได้ใกล้เคียงกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ขนาดของบ้าน” เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน
เพราะงบประมาณเดียวกัน เมื่อกระจายลงในพื้นที่ที่ต่างกัน ย่อมให้ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน ทั้งในแง่ของความครบ และความเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้
บ้านหรือคอนโดขนาดเล็ก เป็นขนาดที่งบ 100,000 บาท เห็นผลลัพธ์ได้ชัดที่สุด
เมื่อพื้นที่มากขึ้น งบจะเริ่มต้องเลือกใช้ มากขึ้น
สำหรับบ้านขนาดใหญ่ งบ 100,000 บาท จะไม่เพียงพอสำหรับการรีโนเวทหลายจุด

การไม่ควรทำอะไรก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะหลายครั้งงบประมาณจะปานปลายมักเกิดกับจากคำว่า “อยาก” มากกว่า “ควร” ทำให้เรามักจะตัดสินใจรีโนเวทผิดตั้งแต่ต้น
งานรื้อถอน เช่น ทุบผนัง รื้อพื้น หรือปรับโครงสร้าง เป็นงานที่ใช้งบสูง และมีค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมาก งบ 100,000 บาทของเรามักจะหมดไปกับการรื้อถอน โดยที่ยังไม่เห็นผลหน้างานชัดเจน หากไม่จำเป็นเราควรรีโนเวททับของเดิมดีกว่า ยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้หากเรารื้อถอน
เช่น
การกระจายงบไปทั้งบ้าน มักทำให้ทุกจุดได้งบไม่เพียงพอ ทำให้งานออกมาไม่สมบรูณ์ คุณภาพที่ได้ลดลงเพราะต้องลดเกรดของวัสดุและเลือกช่างที่ไม่มีประสบณ์เพราะค่าจ้างถูก และบ้านดูไม่เปลี่ยนเท่าที่ควร ดังนั้นเราควรเลือกโซนที่ต้องการและค่อย ๆ รีโนเวทที่ละนิด โดยเริ่มจากจุดที่ทำให้เห็นผลชัดเจนก่อนดีกว่า
หลายคนเข้าใจว่า วัสดุแพง คือบ้านจะดูดีเสมอ แต่ในความเป็นจริง หากใช้งบไปกับวัสดุราคาแพงมากเกินไป อาจทำให้งบไม่พอสำหรับค่าแรง หรือรายละเอียดอื่น ๆ ที่สำคัญ ผลที่ตามมาคือ งานติดตั้งไม่เรียบร้อย ต้องลดคุณภาพในส่วนอื่น และที่สำคัญเลยคืองบบานปลายโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเรา ควรเลือกวัสดุให้ สมดุลกับงบ และเน้นความเรียบร้อยของงานเป็นหลัก
งบ 100,000 บาท จะสามารถรีโนเวทบ้านให้สวยเหมือนใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการวางแผนตั้งแต่แรก การเลือกโซนหรือจุดที่ต้องการปรับปรุงก่อน การเลือกวัสดุที่เหมาะสม และขนาดของพื้นที่ก็สำคัญไม่แพ้ หากคุณลองนำคำแนะนำในบทความนี้ไปใช้ คุณก็จะได้บ้านเดิมที่สวยเหมือนใหม่ได้งบประมาณเพียง 100,000 ตามที่ตั้งใจไว้แล้ว
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
THAI SOUNG WRITER
เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้องปูพื้นและบุผนังมามากกว่า 23 ปี เราพร้อมมุ่งมั่นมอบความรู้และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระเบื้องทุกประเภท เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกใช้กระเบื้องที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณด้วยมาตรฐานและคุณภาพสูงสุด
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้อง ฟรี!
แนะนำครบทุกเรื่อง ตั้งแต่ดีไซน์จนถึงการใช้งาน ที่ตรงกับความต้องการของคุณ ติดต่อ ไทย สุง
ส่งข้อความสำเร็จ
กรุณารอการตอบกลับ