บอกเราได้ไหม คุณกำลังมองหาอะไร?
Tips&Ideas
เผยแพร่เมื่อ 08 เมษายน 2569 • อัพเดทเมื่อ 11 เมษายน 2569
ปัญหาปูกระเบื้องแล้วพื้นกลวง เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่หลายบ้านเจอหลังทำพื้นใหม่ไม่นาน หลายคนอาจเริ่มจากสังเกตว่าเวลาเคาะพื้นจะมีเสียงโปร่ง ๆ หรือรู้สึกว่าพื้นไม่แน่นเหมือนควรจะเป็น ซึ่งในระยะยาวอาจลุกลามไปถึงปัญหากระเบื้องแตกร้าว หลุดร่อน หรือโก่งตัวได้
สิ่งสำคัญคือ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากกระเบื้องเสมอไป แต่ส่วนใหญ่เกิดจาก ขั้นตอนการติดตั้ง ที่ผิดวิธี ดังนั้นการเข้าใจสาเหตุและวิธีแก้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงินและเวลาในอนาคตได้อย่างมาก

พื้นกลวง คือการที่กระเบื้องไม่แนบสนิทกับพื้นด้านล่าง ทำให้เกิด ช่องว่างอากาศ อยู่ใต้แผ่นกระเบื้อง เมื่อมีแรงกด เช่น การเดิน หรือวางของหนัก แรงจะไม่กระจายอย่างสม่ำเสมอ จะรู้สึกเหมือนพื้นไม่แน่น เคาะแล้วมีเสียงโหว่ง ๆ ส่งผลให้กระเบื้องมีโอกาสแตกหรือร่อนออกมาได้ง่าย
นอกจากนี้ เสียงกลวงที่เกิดขึ้นยังเป็นสัญญาณเตือนว่า “การยึดเกาะไม่เต็มประสิทธิภาพ” ซึ่งหากปล่อยไว้อาจต้องรื้อปูใหม่ทั้งพื้นที่
สาเหตุอันดับหนึ่งที่พบได้บ่อยมาก คือการปาดปูนกาวไม่ทั่วทั้งแผ่น บางจุดมี บางจุดไม่มี หรือการปาดปูนกาวแบบซาลาเปา ทำให้เกิดโพรงอากาศใต้กระเบื้อง โดยเฉพาะงานที่เร่งรีบหรือช่างไม่มีความชำนาญ
กระเบื้องขนาดใหญ่ เช่น 60x60 ซม. ขึ้นไป จำเป็นต้องปาดกาวทั้ง “พื้น” และ “หลังแผ่น” เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ หากข้ามขั้นตอนนี้ไป โอกาสเกิดพื้นกลวงจะสูงมาก
หากพื้นมีความไม่สม่ำเสมอ เช่น เป็นหลุม เป็นคลื่น หรือมีฝุ่น เศษปูน คราบมัน จะทำให้ปูนกาวยึดเกาะได้ไม่ดี และเกิดช่องว่างตามมา ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มปูกระเบื้อง ควรทำควรทำสะอาดพื้นไม่ให้มีฝุ่นและทำพื้นให้เรียบเนียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะระหว่างกระเบื้องกับพื้น
กระเบื้องแต่ละชนิดต้องใช้กาวที่เหมาะสม เช่น กระเบื้องพอร์ซเลนหรือแผ่นใหญ่ ต้องใช้กาวแรงยึดเกาะสูง หากใช้กาวทั่วไป อาจยึดไม่อยู่และเกิดการหลุดร่อนในภายหลัง
หลังปาดกาวแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป หน้ากาวจะแห้ง ทำให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะลดลงอย่างมาก
ขั้นตอนการใช้ค้อนยางเคาะเพื่อให้กระเบื้องแนบสนิท เป็นขั้นตอนสำคัญมาก หากทำไม่ทั่ว จะเกิดโพรงอากาศทันที
การปูกระเบื้องชิดกันเกินไป ทำให้ไม่มีพื้นที่ขยายตัว เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน อาจเกิดแรงดันจนกระเบื้องโก่งหรือยกตัวได้ ขั้นตอนนี้ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเว้นช่องยาแนวจะส่งผลต่อการดันกระเบื้องในอนาคตแล้ว ยังมีผลต่อความสวยงามอีกด้วย

พื้นคือฐานของทุกอย่างถ้าพื้นไม่ดี ต่อให้ใช้กระเบื้องหรือปูนกาวดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ ดังนั้นก่อนปูควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นมีความเรียบเสมอกัน ไม่มีหลุม ไม่มีแอ่ง และไม่มีฝุ่นหรือคราบมัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะลดแรงยึดเกาะของปูนกาวโดยตรง
ในกรณีที่พื้นเดิมไม่เรียบ ควรปรับระดับด้วยปูนปรับพื้น (Self-leveling) หรือขัดแต่งให้เรียบก่อนเริ่มงาน เพื่อให้กระเบื้องแนบสนิททุกจุด ลดโอกาสเกิดโพรงอากาศใต้แผ่นในระยะยาว

ปูนกาวไม่ได้ใช้แบบเดียวกันได้ทุกงาน การเลือกผิดประเภทเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาพื้นกลวงและหลุดร่อนได้ การเลือกกาวให้เหมาะสม จะช่วยให้กระเบื้องยึดติดแน่น และลดปัญหาในระยะยาวได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างเช่น
กระเบื้องแผ่นใหญ่ → ต้องใช้กาวที่ยึดเกาะสูงและยืดหยุ่นได้
พื้นภายนอก → ต้องทนแดด ทนความชื้น และการขยายตัว
ห้องน้ำ → ต้องกันน้ำและยึดเกาะได้ดีในพื้นที่เปียก

การปาดกาวที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ปาดให้มีปูนติด แต่จะต้องปาดให้เต็มและสม่ำเสมอ เังนั้นควรใช้เกรียงหวีปาดกาวให้เป็นร่องในทิศทางเดียวกัน เพื่อช่วยให้กาวกระจายตัวได้ดีเมื่อกดกระเบื้องลงไป ข้อสำคัญคือ ห้ามปาดเป็นจุด ๆ หรือเว้นช่องว่าง เพราะจะทำให้เกิดโพรงอากาศทันที และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาพื้นกลวง

Back Buttering คือการปาดกาวบาง ๆ ที่ “ด้านหลังแผ่นกระเบื้อง” เพิ่มอีกชั้น วิธีนี้จะช่วยให้กาวสัมผัสกันทั้งสองด้าน (พื้น + กระเบื้อง) ทำให้การยึดเกาะเต็มพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะกระเบื้องแผ่นใหญ่ หรือผิวเรียบอย่างพอร์ซเลน การทำขั้นตอนนี้จะช่วยลดช่องว่างใต้แผ่นได้อย่างมาก และเพิ่มความแน่นของงานแบบเห็นผล

หลังจากวางกระเบื้องลงบนกาวแล้วจะต้องใช้ค้อนเคาะไปที่กระเบื้องเบา ๆ ให้ทั่วทั้งแผ่น จุดประสงค์คือไล่อากาศที่อยู่ใต้กระเบื้อง และช่วยให้กาวกระจายตัวเต็มที่ ถ้าไม่เคาะกระเบื้องหรือเคาะไม่ทั่ว จะเกิดโพรงอากาศทันที ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เสียงกลวงและการแตกร้าวในอนาคต

การปูกระเบื้องต้องเช็กระดับทุกแผ่น ไม่ใช่เช็กเฉพาะบางจุด ควรใช้ระดับน้ำหรืออุปกรณ์จัดระดับ (Tile leveling system) เพื่อควบคุมให้พื้นเรียบเสมอกัน หากปล่อยให้บางแผ่นสูง บางแผ่นต่ำ นอกจากจะเดินไม่สบายแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดช่องว่างใต้แผ่นโดยไม่รู้ตัว

การเว้นร่องยาแนวไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่เป็นเรื่องโครงสร้าง กระเบื้องมีการขยายและหดตัวตามอุณหภูมิ หากปูชิดเกินไป จะไม่มีพื้นที่รองรับการขยายตัว ทำให้เกิดแรงดันจนกระเบื้องโก่งหรือดันตัว ระยะที่แนะนำคือประมาณ 2–3 มม. และควรใช้ตัวเว้นร่องเพื่อให้ระยะสม่ำเสมอทั้งพื้นที่

หลังปูกระเบื้องเสร็จ ไม่ควรรีบใช้งานทันที เพราะปูนกาวยังไม่เซ็ตตัวเต็มที่ ควรทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง (หรือมากกว่านั้นในพื้นที่ชื้น) เพื่อให้กาวแข็งแรงเต็มประสิทธิภาพ หากรีบเดินหรือวางของหนักเร็วเกินไป อาจทำให้กระเบื้องขยับและเกิดโพรงอากาศโดยไม่รู้ตัว
สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
ใช้เหรียญหรือของแข็งเคาะ ถ้าเสียงโปร่ง = มีโพรง
เดินแล้วมีเสียงดังแปลก ๆ
กระเบื้องบางจุดยวบหรือขยับเล็กน้อย
ยาแนวแตกร้าวผิดปกติ
พื้นกระเบื้องที่ดี ไม่ควรมีแค่ความสวยงาม แต่ต้องแน่น แข็งแรง และใช้งานได้ยาวนาน ปัญหาพื้นกลวงส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนติดตั้ง หากเลือกวัสดุให้เหมาะ และใช้วิธีปูที่ถูกต้อง เพราะสุดท้ายแล้ว การปูถูกตั้งแต่แรก ย่อมคุ้มกว่าการต้องรื้อแก้ในภายหลังหลายเท่า
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
THAI SOUNG WRITER
เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้องปูพื้นและบุผนังมามากกว่า 23 ปี เราพร้อมมุ่งมั่นมอบความรู้และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระเบื้องทุกประเภท เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกใช้กระเบื้องที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณด้วยมาตรฐานและคุณภาพสูงสุด
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้อง ฟรี!
แนะนำครบทุกเรื่อง ตั้งแต่ดีไซน์จนถึงการใช้งาน ที่ตรงกับความต้องการของคุณ ติดต่อ ไทย สุง
ส่งข้อความสำเร็จ
กรุณารอการตอบกลับ