บอกเราได้ไหม คุณกำลังมองหาอะไร?
Tips&Ideas
เผยแพร่เมื่อ 20 มกราคม 2569 • อัพเดทเมื่อ 27 มกราคม 2569
ราคากระเบื้องปูพื้นบ้าน เป็นสิ่งที่เรามักจะโฟกัสเวลาจะปูพื้นใหม่หรือรีโนเวทบ้าน แต่พอเริ่มคุยหน้างานจริงกลับไม่ได้มีแค่นั้น เพราะเราจำเป็นต้องจ่าย ค่าแรงปูพื้นกระเบื้อง ซึ่งอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายสำคัญและมักจะเป็นงบปานปลายเนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่เราไม่ได้คาดคิด ความจริงแล้ว การเลือก กระเบื้องปูพื้นบ้าน โดยไม่เข้าใจเรื่องค่าแรง อาจทำให้คุณเสียเงินมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
บทความนี้จะพาไปดูทุกประเด็นที่ควรรู้ ตั้งแต่ค่าแรงปูคืออะไร ปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่าง ไปจนถึงวิธีเลือกกระเบื้องให้คุมงบได้ตั้งแต่ต้น

ค่าแรงปูกระเบื้องพื้นบ้าน ไม่ใช่แค่ต้องจ่ายเฉพาะ “ค่าปูกระเบื้องลงพื้น” เท่านั้นแต่ในความเป็นจริง ค่าแรงปูพื้นบ้านมักครอบคลุมงานหลายส่วน ถ้าไม่สอบถามรายละเอียดให้ชัดตั้งแต่ต้น อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มภายหลังได้ เช่น
การเตรียมพื้น (ปรับระดับ แก้พื้นไม่เรียบ)
การวางแนวกระเบื้องให้ตรงและสวย
การตัดกระเบื้องเข้ามุม ขอบ หรือเสา
การยาแนว
การเก็บงานขอบและจุดต่อ

ถึงแม้จะใช้กระเบื้องปูพื้นบ้านแบบเดียวกันแต่ค่าแรงไม่เท่ากัน ซึ่งราคาค่าแรงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับช่างอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความยากของหน้างานด้วย ซึ่งมีหลายปัจจัยดังต่อไปนี้
ส่งผลต่อเวลาและความละเอียดของงาน ขนาดของกระเบื้องปูพื้นบ้าน มีผลต่อขั้นตอนการทำงานโดยตรง ไม่ว่าจะกระเบื้องเล็กหรือใหญ่ ต่างก็มีความยากในแบบของตัวเอง และสะท้อนออกมาในค่าแรงปู
กระเบื้องขนาดเล็ก
แม้จะดูปูง่าย แต่ในความเป็นจริงต้องใช้เวลามาก เพราะมีจำนวนแผ่นเยอะ ต้องจัดแนวให้ตรงทุกแผ่น และมีร่องยาแนวจำนวนมาก งานจึงต้องใช้ความละเอียดสูง ค่าแรงจึงมักสูงขึ้นตามเวลาและความประณีตของงาน
กระเบื้องแผ่นใหญ่
แม้จำนวนแผ่นจะน้อยกว่า แต่ต้องอาศัยช่างที่มีประสบการณ์ เพราะกระเบื้องแผ่นใหญ่ต้องวางให้เรียบสนิท หากพื้นไม่เสมอจะเห็นความเอียงชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะในการยกและตัดกระเบื้อง ทำให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นตามความชำนาญที่ต้องใช้
รูปแบบการปูเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้าม ยิ่งลายซับซ้อนมากเท่าไร ค่าแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามระดับความประณีตที่ต้องใช้
การปูตรงแบบทั่วไป
เป็นรูปแบบมาตรฐาน ช่างทำงานได้รวดเร็ว วางแนวง่าย ควบคุมงบค่าแรงได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการประหยัดงบและเน้นความเรียบร้อย
การปูทแยง หรือปูลายพิเศษ
ต้องใช้ความแม่นยำสูงกว่ามาก ทั้งการคำนวณแนว การตัดกระเบื้อง และการจัดลายให้สวยต่อเนื่อง ทำให้ใช้เวลาทำงานนานขึ้น มีเศษกระเบื้องเหลือมากขึ้น ค่าแรงจึงสูงกว่าการปูแบบตรงตามความยากของงาน
สภาพพื้นเดิมเป็นปัจจัยที่ส่งผลกับค่าแรงมากที่สุดปัจจัยหนึ่ง หลายครั้งที่ค่าแรงดูสูง เพราะรวมงานแก้พื้นเดิมไว้แล้ว หากไม่เข้าใจจุดนี้ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างเจ้าของบ้านกับช่างได้
พื้นเรียบ ได้ระดับ
ช่างสามารถปูกระเบื้องได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาปรับพื้น ทำให้งานเสร็จเร็ว ค่าแรงไม่สูงเกินจำเป็น
พื้นเอียง พื้นไม่เรียบ หรือพื้นทรุด
จำเป็นต้องปรับระดับก่อนปูจริง เช่น การเทปรับพื้น หรือแก้ไขจุดทรุดตัว ซึ่งเป็นงานเพิ่มจากการปูกระเบื้องปูพื้นบ้านปกติ ทำให้ใช้ทั้งเวลาและแรงงานมากขึ้น ค่าแรงจึงเพิ่มตามขั้นตอนที่ต้องทำ
หลายคนคิดว่าพื้นที่เล็กต้องค่าแรงถูกกว่า แต่ในความเป็นจริงไม่เสมอไป จุดนี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า “พื้นที่เล็ก = ค่าแรงถูก” ซึ่งในงานจริงอาจตรงกันข้าม เช่น
พื้นที่กว้าง โล่ง ไม่มีมุมซับซ้อน ช่างทำงานได้ต่อเนื่อง วางแนวง่าย ใช้เวลาน้อย ค่าแรงเฉลี่ยต่อพื้นที่จึงมักถูกกว่า
พื้นที่เล็ก แต่มีมุมเยอะ เช่น ห้องน้ำ โถงทางเดิน หรือพื้นที่ที่มีเสาและขอบจำนวนมาก ต้องตัดกระเบื้องบ่อย ใช้เวลางานละเอียดสูง แม้พื้นที่จะไม่ใหญ่ แต่ใช้แรงงานมาก ค่าแรงจึงอาจสูงกว่าพื้นที่กว้างที่ปูง่าย

การเลือก กระเบื้องปูพื้นบ้าน ไม่ได้มีผลเฉพาะแค่ “ราคาวัสดุ” เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ค่าแรงปู ทั้งในแง่ของเวลา ความยาก และความเสี่ยงของงาน
หลายครั้งที่เจ้าของบ้านรู้สึกว่าค่าแรงแพง แต่เมื่อเข้าใจลักษณะของกระเบื้องแต่ละแบบ จะเห็นได้ชัดว่าค่าแรงที่เพิ่มขึ้นมักสะท้อน “ความละเอียดและความยากของหน้างาน” มากกว่าการตั้งราคาสูงเกินจริง
กระเบื้องลายเรียบหรือสีพื้น ถือเป็นตัวเลือกที่ควบคุมค่าแรงได้ดีที่สุด เป็นกระเบื้องปูพื้นที่ใช้เวลาปูน้อย เพราะสามรถจัดแนวได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องแนวเส้น เกิดความผิดพลาดต่ำและแก่ไขได้ง่าย เหมาะกับบ้านที่ต้องการคุมงบและเน้นความเรียบร้อยในระยะยาว
กระเบื้องลายหินหรือกระเบื้องลายไม้ที่มีลายต่อเนื่อง ต้องใช้ความละเอียดสูงกว่าปกติ ต้องจัดเรียงในสวยงาม เนียนตาและดูสมจริง ต้องจัดเรียงลายไม้ไม่ให้ขัดตา งานลักษณะนี้ใช้เวลามากกว่าการปูลายเรียบ และต้องอาศัยประสบการณ์ของช่าง จึงเป็นเหตุผลที่ค่าแรงมักสูงขึ้นตามความละเอียดของงาน

หลายคนเลือกค่าแรงถูก เพื่อประหยัดงบในช่วงแรก แต่ปัญหาที่มักตามมาในระยะยาว ได้แก่
พื้นไม่เรียบ เดินแล้วรู้สึกสะดุด
แนวยาแนวไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดคราบง่าย
กระเบื้องแตกร้าว หลุด หรือมีเสียงกลวงใต้แผ่น
ต้องซ่อมหรือรื้อปูใหม่ก่อนเวลาอันควร
ในขณะที่งานปูที่ได้มาตรฐาน แม้ค่าแรงจะสูงกว่าเล็กน้อยในตอนแรก แต่ช่วยให้ กระเบื้องปูพื้นบ้าน ใช้งานได้ยาว ไม่ต้องเสียค่าซ่อมซ้ำ และไม่กระทบการอยู่อาศัยในอนาคต

ก่อนตัดสินใจจ้างช่าง ควรถามให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด คำถามเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยง และสร้างความสบายใจให้ทั้งสองฝ่าย
ค่าแรงที่ตกลง รวมงานอะไรบ้าง?
หากกระเบื้องแตกหรือเสียหาย ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
ใช้วัสดุยาแนวแบบไหน และเหมาะกับกระเบื้องหรือไม่?
ใช้ระยะเวลาทำงานกี่วัน?
มีการรับประกันงานหลังปูหรือไม่?
เลือกกระเบื้องปูพื้นบ้านอย่างไร ไม่ให้ค่าแรงบาน การปูพื้นบ้านให้สวยและทน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระเบื้องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณา ค่าแรงและคุณภาพงานปูควบคู่กัน หากเลือก กระเบื้องปูพื้นบ้าน ให้เหมาะกับหน้างาน วางแผนค่าแรงตั้งแต่ต้น และสื่อสารกับช่างให้ชัดเจน จะช่วยให้คุณได้พื้น บ้านที่สวย คุ้มค่า ใช้งานได้นาน และไม่ต้องปวดหัวกับงบปลายทาง
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
THAI SOUNG WRITER
เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้องปูพื้นและบุผนังมามากกว่า 22 ปี เราพร้อมมุ่งมั่นมอบความรู้และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระเบื้องทุกประเภท เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกใช้กระเบื้องที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณด้วยมาตรฐานและคุณภาพสูงสุด
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้อง ฟรี!
แนะนำครบทุกเรื่อง ตั้งแต่ดีไซน์จนถึงการใช้งาน ที่ตรงกับความต้องการของคุณ ติดต่อ ไทย สุง
ส่งข้อความสำเร็จ
กรุณารอการตอบกลับ