บอกเราได้ไหม คุณกำลังมองหาอะไร?

Tips&Ideas


กระเบื้องปูพื้น ราคาประหยัด vs เกรดพรีเมียม เลือกแบบไหนถึงคุ้มค่าที่สุดในปี 2026

เผยแพร่เมื่อ 04 มีนาคม 2569 • อัพเดทเมื่อ 04 มีนาคม 2569

กระเบื้องปูพื้นต้องเลือกแบบไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด? บางคนเลือกซื้อกระเบื้องราคาประหยัด เพราะอยากเก็บงบไปลงทุกกับส่วนอื่น หรือบางคนก็เลือกที่จะลงทนกับกระเบื้องเกรดพรีเมียมขึ้นมา เพราะกระเบื้องก็เป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยนมู๊ดและโทนของบ้านได้ แล้วใครล่ะที่คุ้มค่ากว่ากันในบทความนี้เป็นคำตอบ

 

1. แตกต่างระหว่างแบบราคาประหยัด vs เกรดพรีเมียม

ราคาประหยัด

เหมาะสมก็ต่อเมื่อคุณมีงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัดหรือพื้นที่นั้น ๆ ใช้งานไม่ค่อยหนัก และอยากลดงบลงทุนเริ่มต้นมากที่สุด

  • กระเบื้องปูพื้นราคาประหยัด ราคาต่ำกว่าเกรดพรีเมียม

  • เหมาะกับพื้นที่ใช้งานไม่บ่อย ไม่มีของหนัก

  • อายุการใช้จะสั้นกว่าเกรดพรีเมียม บางชนิดจะมีอายุการใช้งาน 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลและใช้งาน

  • พื้นผิวมีโอกาสลอกหรือแตกได้เร็วขึ้น

เกรดพรีเมียม

 เหมาะเมื่อ… ต้องการให้พื้นมีอายุใช้งานนาน ลดค่าเปลี่ยนใหม่บ่อย ๆ และพื้นที่ใช้งานหนัก เช่น ห้องนั่งเล่นโถงใหญ่, ทางเดินหลัก, หรือบ้านที่อยู่อาศัยระยะยาว

  • กระเบื้องชนิดคุณภาพสูง เช่น แกรนิตโต้คุณภาพดี หรือกระเบื้องยางรุ่นแข็งแรง มักมีราคาสูงกว่า แต่ให้ความทนทานกว่า

  • มักให้ ความคงทนต่อรอยขีดข่วน น้ำ และแรงกระแทก มากกว่า

  • วัสดุคุณภาพดียังช่วยให้สีและลายไม่ซีดเร็ว และติดตั้งได้เนี๊ยบกว่า

  • ทนทานแม้จะเป็นพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10-20 ปี หรือมากกว่านี้



2. วิธีเลือกให้คุ้มค่าที่สุด

  • คิดต้นทุนทั้งชีวิต (Life Cycle Cost)

อย่าดูแค่ราคาของกระเบื้องปูพื้นเพียงอย่างเดียวแต่ควรคิดค่าแรง ติดตั้ง การรักษา และอายุการใช้งานในระยะยาว เช่น หากซื้อกระเบื้องราคาถูกเกินไป อาจจะช่วยลดต้นทุนในช่วงแรก แต่ถ้าเกิดการแตก หัก ก็ต้องเปลี่ยน นั่นเท่ากับว่าคุณจะเสียเงินเพื่อบำรุงดูแลพื้นอยู่ตลอด แต่ถ้าขยับราคาขึ้นมาสักนิด เปลี่ยนมาใช้เป็นกระเบื้องพรีเมียม จะให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ไม่ต้องเสียค่าดูแลรักษา

คิดแบบง่าย ๆ คือจ่ายแพงกว่าเล็กน้อยครั้งเดียว ดีกว่าจ่ายถูกหลายครั้ง

 

  • เลือกวัสดุให้เหมาะกับพื้นที่

แต่ละโซนของบ้านเหมาะกับกระเบื้องที่ไม่เหมือนกันอย่างเช่น ห้องนอน ห้องเก็บของ เป็นพื้นที่ที่เราไม่ได้ใช้งานหนัก ไม่ได้เดินทั้งวัน สามารถเลือกใช้กระเบื้องแบบประหยัดได้ แต่ถ้าเป็นพื้นที่ใช้งานหนัก เช่น ห้องนั่งเล่น ก็ควรเลือกกระเบื้องปูพื้นแบบพรีเมียม ที่มีวัสดุแข็งแรง ทนทานกว่าปกติ หรือโซนเปียก ก็ควรเน้นกระเบื้องที่มีค่ากันลื่น ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดของกระเบื้องและโซนห้องที่เหมาะสมได้ที่บทความ กระเบื้องปูพื้นบ้านมีกี่ชนิด? แตกต่างอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน

 

  •  ปรับตามสไตล์และเทรนด์

ปี 2026 เทรนด์พื้นบ้านเน้น “ความเรียบง่าย สีธรรมชาติ และลายไม่จัด” ซึ่งช่วยให้พื้นอยู่กับบ้านได้ยาวนานไม่ตกยุค แม้เลือกวัสดุราคาประหยัดก็สามารถดูดีได้ถ้าวางแบบดี

 

ตารางสรุป กระเบื้องปูพื้นแบบไหนคุ้มค่าที่สุด?

ปัจจัย

ราคาประหยัด

เกรดพรีเมียม

ราคาเริ่มต้น

ต่ำ

สูงกว่าเล็กน้อย

อายุใช้งาน

ปานกลาง

ยาว

ความสวยงาม

ปานกลาง

สูง

ความทนทาน

ปานกลาง

สูง

ต้นทุนรวมระยะยาว

ขึ้นกับงาน

คุ้มกว่าในระยะยาว

 

คุณภาพที่ต่างกันจริง ๆ ดูตรงไหน?

หากจะพูดว่ากระเบื้องแบบนี้พรีเมียมแต่ราคาประหยัดกว่าตลาด ใครๆก็พูดได้ ดังนั้นเราควรเช็กลิสคุณสมบัติของกระเบื้องปูพื้นเกรดประหยัดและเกรดพรีเมียม ว่าแตกต่างกันอย่างไร

จุดที่ควรดูเวลาซื้อ

1. ความหนา 

ความหนามีผลต่อความแข็งแรงและความทนทานโดยตรง

  • กระเบื้องที่หนากว่า มักรับแรงกระแทกได้ดีกว่า

  • เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหนัก เช่น ห้องนั่งเล่น โถง ทางเดิน

  • พื้นที่ใช้งานเบา เช่น ห้องนอน สามารถเลือกความหนาระดับกลางได้

2. ค่า PEI (สำหรับกระเบื้องเซรามิกและแกรนิตโต้)

PEI คือค่ามาตรฐานวัดความทนทานต่อการขัดถูของผิวกระเบื้อง

ระดับจะอยู่ประมาณ PEI 1–5

  • PEI 1–2 → เหมาะกับพื้นที่เดินน้อย เช่น ห้องนอน

  • PEI 3 → ใช้งานทั่วไปในบ้าน

  • PEI 4–5 → เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหนัก หรือเชิงพาณิชย์

ถ้าเลือกกระเบื้องราคาประหยัดแต่ค่า PEI ต่ำเกินไป อาจเกิดรอยสึกเร็วกว่าที่คิด

 

3. ค่า R Rating (ค่ากันลื่น)

ค่า R คือค่าที่ใช้วัดระดับความกันลื่นของพื้น อย่างเช่น ห้องน้ำ ระเบียง หรือหน้าบ้าน ควรเลือกค่ากันลื่นที่สูงขึ้น อย่าดูแค่ความสวย เพราะความปลอดภัยสำคัญกว่า

  • R9  เหมาะสำหรับพื้นทั่วไป

  • R10–R11 เหมาะสำหรับพื้นที่เปียกหรือมีความเสี่ยงลื่น

4. ค่า Water Absorption (การดูดซึมน้ำ)

ค่านี้สำคัญมากสำหรับกระเบื้องเซรามิกและแกรนิตโต้

  • แกรนิตโต้คุณภาพสูง จะมีค่า Water Absorption ต่ำกว่า 0.5%

  • เซรามิกทั่วไปอาจสูงกว่า

ยิ่งดูดซึมน้ำน้อย ยิ่งลดโอกาสบวม แตกร้าว หรือเกิดคราบสะสมในระยะยาว พื้นที่ชื้น เช่น ครัวหรือหน้าบ้าน ควรเลือกค่าการดูดซึมน้ำต่ำ

 

5. ความหนา Wear Layer (สำหรับกระเบื้องยาง SPC)

Wear Layer คือชั้นเคลือบผิวบนสุดที่ป้องกันรอยขีดข่วน นี่คือจุดที่แยก “SPC ราคาประหยัด” กับ “SPC พรีเมียม” ชัดเจนที่สุด  Wear Layer ยิ่งหนา พื้นยิ่งทนรอยและใช้งานได้นานขึ้น

  • 0.2–0.3 มม. → เหมาะกับบ้านทั่วไป

  • 0.5 มม. ขึ้นไป → เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือพื้นที่เดินเยอะ

 


สุดท้ายนี้…

  • ถ้าคุณต้องการใช้งานยาว ๆ และพื้นที่ใช้งานหนัก → เกรดพรีเมียม มักคุ้มกว่า

  • ถ้าใช้พื้นที่เบา และอยากประหยัดงบเริ่มต้น → ราคาประหยัด ก็เหมาะ



หากคุณกำลังมองหากระเบื้องเกรดพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรและไว้วางใจได้ ไทย สุงฯ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยประสบการณ์กว่า 23 ปีและการบริการที่เป็นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้นหรือผนัง โดยสามารถเลือกชมได้ทั้งในเว็บไซต์และที่โชว์รูม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ Hotline : 0 2138 8911, 0 2138 8911 ( อัตโนมัติ 2 คู่สาย ) หรือ Add LINE Official Account: @thaisoung

 



สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

qr_line_thaisoung
line_thaisoung
facebook_thaisoung
instagram_thaisoung
tiktok_thaisoung

tel:0 2138 8911

telephone_thaisoung
Thaisoung_writer

THAI SOUNG WRITER

เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้องปูพื้นและบุผนังมามากกว่า 23 ปี เราพร้อมมุ่งมั่นมอบความรู้และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระเบื้องทุกประเภท เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกใช้กระเบื้องที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณด้วยมาตรฐานและคุณภาพสูงสุด

select * from tz_product_master where PDM_CODE in () && PDM_SHOW='Y' && PDM_PIC_FRIST!='' |

บทความล่าสุด

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้อง ฟรี!
แนะนำครบทุกเรื่อง ตั้งแต่ดีไซน์จนถึงการใช้งาน ที่ตรงกับความต้องการของคุณ ติดต่อ ไทย สุง

color photo black and white
Before
After

ส่งข้อความสำเร็จ

กรุณารอการตอบกลับ